Category: travel news

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยของคนไทย สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

สวนโมกขพลาราม

จากวัดธารน้ำไหลสู่สถานปฏิบัติธรรมชั้นแนวหน้าของเมืองไทย กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ทางพระพุทธศาสนา ที่มีผู้ศรัทธามากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่นี่ก่อตั้งขึ้นโดยท่านพุทธทาสภิกขุ เมื่อปี พ.ศ. 2475 มุ่งหมายเพื่อให้เป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม ด้วยภายในอาณาบริเวณของสวนโมกข์ฯ มีความร่มรื่น เงียบสงบ

วัดแสนเมืองมา

เป็นวัดที่มีความเป็นมาเก่าแก่ซึ่งมีหลักฐานระบุว่าได้รับการสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณปี พ.ศ. 2351 โดยสมัยนั้นเจ้าผู้ครองเมืองน่านได้กวาดต้อนชาวไทยใหญ่มาจากเมืองมาง สหภาพพม่า มาอยู่หมู่บ้านแห่งใหม่ และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านมาง” จากนั้นได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้น พร้อมกับตั้งชื่อว่า “วัดมาง” ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแสนเมืองมา” ในที่สุด

อาคารที่ทำการ ททท. สำนักงานเลย

เดิมคือ ศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอเมือง ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะกุดป่อง ถนนเจริญรัฐ ใกล้กับเทศบาลเมืองเลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงประทับแรมมุขแรกชั้นบน คราวเสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวจังหวัดเลย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2498 สำหรับพระเก้าอี้ที่ประทับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย อัญเชิญมาเก็บรักษาไว้ที่มุขแรกชั้นบนของอาคาร

สวรรค์ชั้นเจ็ด

สวรรค์ชั้น 7 ตั้งอยู่บนเนินเขาท่ามกลางวิว 360 องศา ของท้องทะเลอ่าวน้ำเมาและรายล้อมด้วยภูเขาหินปูนที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อย ใหญ่หลากหลายชนิด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนที่นี่ ภายในยังมีสวนสนุกเล็กๆ สำหรับให้เด็กได้สนุกสนาน อาทิเช่น เครื่องเล่นสไลด์เดอร์ ชิงช้าสวรรค์สีสันสดใสและตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

อนุสรณ์ผู้เสียสละ

เมื่อความเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิด คือ วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การยกย่อง อนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมเหล่านั้นของพลเรือ ทหาร ตำรวจ ผู้ยอมสละชีพตนในการสู้รบเพื่อรักษาอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนจังหวัดพะเยาและเชียงราย อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพถ่ายรูปจำลอง และอาวุธยุทโธปกรณ์

วังสวนผักกาด

ชมเรือนโบราณอายุนับร้อยปี ณ วังสวนผักกาด ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ประทับของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และม.ร.ว.หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร โดยชื่อวังสวนผักกาดตั้งตามลักษณะของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนผักกาด ของชาวสวน ปัจจุบันวังสวนผักกาดมีการจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย เป็นของสะสมและของส่วนตัวของราชสกุลบริพัตร ภายในหมู่เรือนไทยโบราณ 8 หลังอายุกว่าร้อยปี เรือนไทยหลังที่ 1 ชั้นล่างคือ พิพิธภัณฑ์ดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งดนตรีไทย” เรือนไทยหลังที่ 2 จัดแสดงของใช้ส่วนตัว เรือนไทยหลังที่ 3 จัดแสดงเครื่องดนตรีไทย เรือนไทยหลังที่ 4 จัดแสดงโบราณวัตถุเช่น พระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย งาช้างแกะสลัก เรือนไทยหลังที่ 5 ชั้นบนแสดงวัตถุโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชั้นล่างจัดแสดงเปลือกหอย หินชนิดต่างๆ เรือนไทยหลังที่ 6 จัดแสดงถ้วยชามสังคโลก ขวานหินโบราณฯลฯ เรือนไทยหลังที่ 7 เป็นพิพิธภัณฑ์โขน จัดแสดงหัวโขนต่างๆ และหุ่นละครเล็ก และเรือนไทยหลังที่ 8 จัดแสดงวัฒนธรรมบ้านเชียง และหอเขียน ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนบริเวณชั้น 2 ของศิลปาคารจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง แสดงโบราณวัตถุมีอายุเก่าแก่ประมาณ..

Read more

ชาวภูไท บ้านโนนหอม

ตำบลโนนหอม เป็นตำบลๆ หนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2425 โดยมีนายหอม เป็นผู้นำชาวบ้านมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณนี้ ชาวบ้านโนนหอมเป็นคนเผ่า “ภูไท” ที่ในปัจจุบันยังคงช่วยกันรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวภูไทไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ “บ้านโนนหอม” ซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางการจัดงานประเพณีต่างๆ ของชนเผ่า ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านภูไทโนนหอมมีอยู่ว่า ในปี พ.ศ. 2400 ชนเผ่าภูไทกลุ่มนี้ได้อพยพมาจากเมืองภูวานากะแด้ง ประเทศลาว โดยพากันข้ามแม่น้ำโขง แล้วลัดเลาะรอนแรมมาตามแนวเทือกเขาภูพาน มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่ที่ราบลุ่มที่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ (ปัจจุบันคือหนองหารหลวง จังหวัดสกลนคร) จากนั้นก็แยกย้ายกันตั้งถิ่นฐานตามพื้นที่ที่เหมาะสม บางกลุ่มอาศัยปักหลักอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่บางกลุ่มเลือกที่จะอยู่ตามบริเวณที่เป็นโนนหรือเนินใกล้เชิงเขาภูพาน (ปัจจุบันคือพื้นที่หนึ่งในเขตตำบลโนนหอม) สำหรับบรรพบุรุษของชนเผ่าภูไท บ้านโนนหอม นั้นได้ตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านเล็กๆ กระจายอยู่ตามท้องทุ่งนา และริมป่าบุ่งป่าทาม

มัสยิดกลางจังหวัดยะลา

มัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลาที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “มัสยิดเราฎอตุลยันนะห์” นั้น ทุกเช้าวันอาทิตย์คุณจะได้เห็นภาพชาวไทยมุสลิมจากหลายพื้นที่ไม่ว่าใกล้หรือไกล พากันเข้ามาประกอบศาสนกิจ ศึกษาศาสนา เรียนรู้บทบัญญัติต่าง ๆ ที่มุสลิมพึงปฏิบัติภายในมัสยิดที่มีความสง่างาม และกลายเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวใต้ไปโดยปริยาย