ประเทศไทยกำลังมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบในปี 2564 คือมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่เด็กไทยกลับเกิดน้อยลงเสียจนน่าตกใจ โดยปี 2560 อัตราการเกิดใหม่น่าจะไม่ถึง 7 แสนรายด้วยซ้ำ และที่น่าวิตกคือ ส่วนหนึ่งเป็นการเกิดน้อยที่ด้อยคุณภาพเสียด้วย

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเพิ่มอัตราการเกิดใหม่นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะแม้แต่ประเทศสิงคโปร์ยังไม่สามารถทำได้ แม้จะมีมาตรการให้เงินส่งเสริมเพื่อการมีบุตรก็ตาม ส่วนประเทศไทยก็ยังไม่สามารถเพิ่มอัตราการเกิดได้ โดยปัจจุบันอัตราการการมีบุตรเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 คน ซึ่งต่ำกว่าอัตราทดแทนทางประชากรซึ่งควรต้องอยู่ที่ 2.1 คน นอกจากนี้ การเกิดส่วนหนึ่งเป็นการเกิดด้อยคุณภาพ เนื่องมาจากการเกิดในแม่วัยรุ่นที่ไม่มีความพร้อม ขณะที่คนที่มีความพร้อมก็แต่งงานช้าลง มีลูกช้าลง และเมื่อพิจารณาจากพัฒนาการของเด็กก็พบว่า ในปี 2560 เด็กแรกเกิดถึง 2 ปี มีพัฒนาการไม่สมวัยร้อยละ 23.2 ส่วนเด็กอายุ 3-5 ปี มีพัฒนาการไม่สมวัยสูงถึงร้อยละ 42 หรือ 1 ใน 3 ดังนั้น แม้จะมีอัตราการเกิดน้อย แต่ก็ต้องทำให้การเกิดนั้นมีคุณภาพมากที่สุด งหวัดนี้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบเร็วกว่าระดับประเทศ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 19 แล้ว คาดว่าไม่เกินปี 2561-2562 จะเข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์แบบ แต่อายุขัยเฉลี่ยกลับต่ำกว่าระดับประเทศ แสดงว่ามีอัตราการเกิดน้อย แต่จากการดำเนินโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เพื่อส่งเสริมให้อัตราการเกิดนั้นมีคุณภาพมากที่สุด โดยดูแลตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และหลังคลอด จนถึงอายุ 2 ขวบ ถือเป็นการตอบโจทย์ประเทศ และเป็นต้นแบบในการดำเนินการให้แก่พื้นที่อื่นได้ ซึ่งไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือมีเศรษฐานะอย่างไร หากได้รับการดูแลอย่างดีตั้งแต่ช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ก็สามารถทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีได้ ก็จะช่วยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สูงดีสมส่วน และเมื่อเข้าสู่การเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งจะต้องมีการวัดไอคิวและอีคิว เชื่อว่าไอคิวจะต้องเกิน 100 จุดแน่นอน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth