เฟซบุ๊กยอมรับต่อวุฒิสภาสหรัฐ ว่าความพยายามแทรกซึมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จและปลุกระดมทางการเมือง โดยกลุ่มบุคคลจากรัสเซีย ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว “มีมากกว่าที่คิด” สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่านายโคลิน สเตรทช์ รองประธานและที่ปรึกษาใหญ่ของบริษัทเฟซบุ๊ก กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภา

เมื่อวันพุธ ว่าในรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เฟซบุ๊กตรวจพบการโพสต์จากบัญชีอินสตาแกรมที่จดทะเบียนในรัสเซียราว 120,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่นอกเหนือจากที่สเตรทช์เผยต่อคณะกรรมาธิการย่อยด้านข่าวกรองของวุฒิสภา เมื่อวันอังคาร ว่าผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในสหรัฐราว 126 ล้านคน อาจได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
 
ขณะเดียวกันสเตรทช์ยังกล่าวถึงเพจบนเฟซบุ๊กซึ่งประกาศแนวคิดต่อต้านศาสนาในรัฐเทกซัส ที่มีผู้ติดตามมากว่า 250,000 คน ว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเพจที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย และสามารถปลุกระดมให้มีการจัดการชุมนุมในเมืองฮุสตัน ได้เมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับเพจซึ่งในช่วงแรกเป็นการเผยแพร่ข้อมูลทางศาสนา แต่เปลี่ยนเป็นการโพสต์ต่อต้านนนางฮิลลารี คลินตัน อย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 พ.ย. ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กได้ปิดเพจทั้งหมดแล้ว

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของเฟซบุ๊กได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากที่ประชุม ว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก “ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” ในการป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มของตัวเองตกเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมและผลิตโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง ด้านนายฌอน เอดเกตต์ ที่ปรึกษาและฝ่ายกฏหมายของทวิตเตอร์ กล่าวว่าปัจจุบันทวิตเตอร์มีบัญชีผู้ใช้งานจริงต่อเดือนอยู่ที่ราว 330 ล้านบัญชี และมีน้อยกว่า 5% เป็นบัญชีที่เรียกว่า “บอต” แต่ที่ประชุมโต้แย้งว่าสถิติน่าจะสูงกว่านั้นมาก โดยอยู่ที่ระหว่าง 12%-15% ขณะที่นายเคนต์ วอล์คเกอร์ ที่ปรึกษาของกูเกิ้ล กล่าวว่าบริษัทเตรียมเผยรายงานความโปร่งใสฉบับใหม่ในปีหน้า เกี่ยวกับข้อมูลการจัดซื้อโฆษณาทางการเมือง

ทั้งนี้ การเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาโดยผู้แทนจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนสอบสวนของฝ่ายกฎหมาย ที่นำโดยสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) เกี่ยวกับอิทธิพลทางการเมืองของรัสเซียในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว ที่คลินตันจากพรรคเดโมแครตพ่ายแพ้ให้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนของพรรครีพับลิกัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews