โรคความดันเลือดสูง หรือโรคแรงดันเลือดสูง ภาษาอังกฤษเรียก Hypertension ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างสูงต่อการเกิดอาการหัวใจวาย หรือหลอดเลือดสมองแตก ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ แม้ความดันเลือดจะสูงมากๆ ก็ตาม บ้างทราบว่าตัวเองมีความดันเลือดสูงแต่ก็ละเลยไม่สนใจรักษาเพราะรู้สึกปกติ สบายดี ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่างๆ ตามมาภายหลัง

ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ จะทราบได้ว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ทำได้โดยการวัดความดันเลือดเท่านั้น ประชาชนทุกคนสามารถตรวจวัดความดันเลือดได้ตามสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ

ความดันเลือดคืออะไร
ค่าความดันเลือดมี ๒ ค่า เรียกว่า “ตัวบน” และ “ตัวล่าง”
ค่าตัวบนเป็นความดันเลือดในหลอดเลือดที่เกิดขึ้นขณะที่หัวใจบีบตัวไล่เลือดออกจากหัวใจ
ค่าตัวล่างคือความดันของเลือดที่ยังค้างอยู่ในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว
ปัจจุบันความดันเลือดที่เรียกว่า “เหมาะสม” ของผู้ที่อายุมากกว่า ๑๘ ปีคือ ตัวบนไม่เกิน ๑๒๐ มม. ปรอท และตัวล่างไม่เกิน ๘๐ มม.ปรอท
จะเรียกได้ว่ามีความดันเลือดสูงเมื่อความดันเลือดตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) ๑๔๐ และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ) ๙๐ มม.ปรอท ค่าระหว่างนี้เป็น กลุ่มก้ำกึ่ง (borderline-to moderate range)
ถ้าใครสงสัยว่าตัวเองมีโรคนี้หรือไม่ให้ไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยให้
ถ้าอายุเกิน ๔๐ แล้วก็ควรไปตรวจร่างกายปีละครั้ง เพราะคุณอาจมีความดันเลือดสูงหรืออยู่ในเกณฑ์ก้ำกึ่งโดยไม่มีอาการก็ได้
ถ้าทราบผลการตรวจวัดความดันเลือดแล้ว ตัวคุณและแพทย์จะได้ช่วยกันหาหนทางดูแลสุขภาพของคุณได้ถูกต้อง

ความดันเลือดสูงเกิดจากอะไร และมีอาการอย่างไร
ความดันเลือดสูงส่วนใหญ่เป็นโรคที่ไม่มีสาเหตุเฉพาะ มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารรสเค็ม เชื้อชาติ วิถีชีวิต ความ เครียด ส่วนน้อยเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด ไตวาย หรือเนื้องอกบางชนิด

ทำไมต้องตรวจวัดความดันเลือด
คนที่มีความดันเลือดสูงอยู่เป็นระยะเวลานานจะเกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง โดยเฉพาะหลอดเลือดเลี้ยงสมอง ตา หัวใจ และไต เป็นเหตุให้หลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตก เกิดเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอกจากนี้ อาจเกิดโรคหัวใจขาดเลือด หรือไตวายเรื้อรังได้

ความดันเลือดสูงมีผลทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ในที่สุดจะเกิดหัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจหนา อาจเกิดภาวะ หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายตามมา โรคความดันเลือดสูงจึงได้ชื่อว่าเป็นฆาตกรเงียบ เพราะก่อความเสียหายได้มากทั้งกับหลอดเลือดและอวัยวะอื่นๆ โดยไม่แสดงอาการ กว่าจะแสดงอาการร่างกายก็ได้รับความเสียหายไปมากแล้วเกินกว่าจะบำบัดให้กลับคืนสภาพปกติได้

การละเลยไม่สนใจตรวจร่างกายของประชากรวัยกลางคน เพราะเห็นว่าร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่มีโทษต่อตนเองโรคความดันเลือดสูงนี้ถ้าทราบแต่เนิ่นๆ ผู้ป่วยจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและชะลอความรุนแรงของโรค การควบคุมความดันเลือดสามารถป้องกันการเกิดผลแทรกซ้อนอย่างใหญ่หลวงอื่นๆ ที่จะตามมาได้ การรักษาความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่เสมอจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคแทรกทางสมอง หัวใจ ไต และหลอดเลือดในอนาคตได้

ปัจจุบันคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น การเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อก็มียาดีจัดการได้เกือบทุกโรค แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่เจ็บป่วยเรื้อรังในวัยสูงอายุ เนื่องจากขาดการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องในวัยทำงาน การดูแลหรือป้องกันความดันเลือดสูงในวันนี้จะลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนร้ายแรงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อคุณภาพชีวิตในช่วงหลังของเรานั่นเอง

การดูแลผู้มีความดันเลือดสูง
การรักษาแบ่งเป็น ๒ ส่วนคือ การใช้ยา (ดูแลโดยแพทย์) อีกส่วนคือไม่ใช้ยา (ดูแลโดยตัวผู้ป่วยและบุคคลรอบตัว)
การไม่ใช้ยาทำได้โดยการลดน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ลดความเครียด งดบุหรี่ ลดการบริโภคน้ำตาลขัดขาว อาหารไขมันสูง กาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มปริมาณโพแทสเซียมและเส้นใยพืชในอาหาร กินอาหารหลากชนิดให้ได้แร่ธาตุและวิตามินครบ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม จะช่วยให้ควบคุมความดันเลือดได้ดี

ผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูงเล็กน้อยหรือกลุ่มก้ำกึ่ง อาจเริ่มการรักษาโดยไม่ใช้ยา แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจอยู่ด้วยก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย ทั้งนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

การดูแลผู้ป่วยกลุ่มก้ำกึ่ง
สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยความดันเลือดสูงร้อยละ ๘๐ เป็นกลุ่มก้ำกึ่ง ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถดูแลตนเองได้ดีภายใต้คำแนะนำของแพทย์โดยการปรับวิถีชีวิตและอาหาร งานวิจัยจากตะวันตกพบว่า การออกกำลังกาย การบำบัดจิตใจให้ผ่อนคลาย และปรับอาหารของกลุ่มความดันเลือดสูงแบบก้ำกึ่งให้ผลระยะยาวดีกว่ากลุ่มเดียวกันที่บำบัดอาการโดยการใช้ยา

อาหารที่ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มควรกิน ได้แก่ ผักขึ้นฉ่าย (celery) กระเทียม หอมหัวใหญ่ กล้วย ถั่วต่างๆ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และธัญพืชที่เป็นเมล็ด ปลาทะเลจากน่านน้ำเย็น ผักใบเขียว บร็อกโคลี่ ส้มต่างๆ ฝรั่ง และอาหารที่มีวิตามินซีสูง

ผักขึ้นฉ่ายมีสาร 3-เอ็น-บิวทิล ฟทาไลด์ (3-n-butyl phthalide) มีฤทธิ์ลดความดันเลือด และลดปริมาณ คอเลสเตอรอลด้วย ถ้ากินวันละ ๖ ช้อนโต๊ะพูนทุกวันพร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นก็จะเห็นผลลดความดันเลือด (ขึ้นฉ่ายฝรั่งก้านโต ๔ ก้านต่อวัน)

กระเทียมและหอมหัวใหญ่มีผลทั้งลดความดันและคอเลสเตอรอล ให้กินเพิ่มเติมในอาหาร ถ้ากินกระเทียมเม็ดหรือแคปซูลให้กิน ๔,๐๐๐ ไมโครกรัม อัลลิซินต่อวัน
กล้วยเป็นผลไม้มีราคาถูก หาได้ง่าย กินได้ทุกวัย แถมช่วยเรื่องขับถ่ายด้วย เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยและมีโพแทสเซียมสูง

โพแทสเซียมทำหน้าที่ดูแลสมดุลของน้ำและการส่งน้ำไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดูแลสมดุลความดันเลือด สมดุลกรด-ด่าง การทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท ไต และต่อมหมวกไต โพแทสเซียมพบได้ทั่วไปในพืชผักต่างๆ ที่มีมากได้แก่ กล้วย ส้มต่างๆ แอปพริคอต ลูกไหน ลูกพรุน ลูกท้อ ลูกเกด สตรอเบอร์รี่
แตงกวา มะเขือเทศ กะหล่ำปลี มะเขือยาว ขมิ้นชัน ผักขม บร็อกโคลี่ มันฝรั่งทั้งเปลือก ปลาทูน่า เมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวัน บุคคลทั่วไปต้องการโพแทสเซียมวันละ ๒,๐๐๐ มก. แต่ผู้ที่มีความดันเลือดสูงต้องการถึง ๓,๕๐๐ มก. ต่อวัน ลองกินกล้วยสองผลให้โพแทสเซียม ๙๓๔ มก. เติมลูกพรุนครึ่งถ้วย ๗๒๑ มก. ลูกเกดครึ่งถ้วย ๕๙๘ มก. น้ำส้ม ๑ ถ้วย ๓๕๔ มก. มันฝรั่งอบทั้งเปลือก ๗๒๑ มก. และมะเขือเทศ ๑ ผล ๒๗๓ มก. ได้เกิน ๓,๕๐๐ มก.

คนที่กินอาหารฟาสต์ฟู้ดจะกินผักและผลไม้น้อย ทำให้ได้รับโพแทสเซียมน้อย แถมยังได้รับเกลือโซเดียมสูง ทั้งจากกะปิ น้ำปลา เกลือ ผงฟู (จากขนมปังและขนม อบ) ซีอิ๊วขาว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ ผักดอง อาหารหมัก ดอง แฮม เบคอน ไส้กรอกทุกชนิด เนื้อเค็ม ขนมกรุบกรอบ บะหมี่สำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยวน้ำและน้ำซุปทั้งหลาย
ที่สหรัฐอเมริกาประมาณว่าประชากรได้รับโซเดียม ตามสัดส่วนดังนี้คือ ๔๕, ๔๕, ๕ และ ๕ นั่นคือ

ร้อยละ ๔๕ จากอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น อาหารพร้อมอุ่น อาหารกระป๋อง อาหารซองฉีกเติมเนื้อสัตว์กินได้ น้ำสลัด เป็นต้น
ร้อยละ ๔๕ จากการปรุงอาหารที่บ้านหรือร้านอาหาร
ร้อยละ ๕ จากการเติมเกลือเพื่อปรุงรสก่อนกิน (เหมือนที่คนไทยเติมน้ำปลาพริก)
ร้อยละ ๕ เท่านั้นที่มาจากตัวอาหารเอง (จากผักและผลไม้)

ดังนั้น แพทย์มักจะบอกให้คนที่มีความดันเลือดสูง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าความดันเลือดตัวล่าง) ปรุงอาหาร เอง และนำอาหารจากบ้านไปกินที่ทำงาน การศึกษาในผู้ป่วยพบว่า การกินอาหารที่มีโซเดียมสูงและโพแทสเซียมต่ำอยู่เสมอมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและมะเร็ง นอกจากนี้ยังพบว่าอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงและโซเดียมต่ำจะป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและมะเร็ง และบำบัดอาการความดันเลือดสูงด้วย การลดโซเดียมแต่ขาดโพแทสเซียมก็ยังเป็นการเสียสมดุลโซเดียม/โพแทสเซียมอยู่ดี คนที่มีความดันเลือดสูงแบบก้ำกึ่งจึงต้องกินอาหาร ที่มีโพแทสเซียมเพิ่มตามคำแนะนำข้างต้น

สูตรอาหารลดความดัน
รายงานจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวว่า อาหาร ที่มีส่วนประกอบของพืชมากลดความดันเลือดได้ นอก จากนี้ ยังลดคอเลสเตอรอล ควบคุมสภาวะเบาหวาน และลดน้ำหนักได้ในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่มีความดันเลือดสูงเมื่อกินอาหารสูตรนี้พบว่า ๒ สัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงของความดันเลือด คณะวิจัยเชื่อว่าการกินอาหารที่เพิ่มแร่ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ลดความดันเลือด

นอกจากนี้ การกินอาหารลดความดัน (DASH หรือ Dietary Approaches to Stop Hypertension) ยังขับปัสสาวะและขับเกลือออกอีกด้วย ปัจจุบันสูตรนี้เป็นสูตรอาหารแนะนำของสมาคมโรคหัวใจ และหน่วยวิจัยปอด หัวใจ และหลอดเลือดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา คนที่มีความดันเลือดสูงถ้ากินสูตรอาหารลดความดันนี้จะเห็นผลชัดเจนสำหรับการลดความดันเลือด สำหรับคนที่มีความดันเลือดแบบก้ำกึ่งจะได้ผลการลดความดันแบบค่อยเป็นค่อยไป

บางคนอาจจะบอกว่าให้กินน้อยจังแล้วจะอยู่ ได้อย่างไร
จริงอยู่การกินอาหารปริมาณน้อยแต่สามารถดำรงตนอยู่ได้แน่นอน พระที่ท่านเข้ากรรมฐานฉันมื้อละ ๑๐ คำท่านยังดำรงชีพได้เลยค่ะ แต่ท่านจะไม่อ้วนและปลอดโรคด้วย ทุกคนสามารถเลือกคุณภาพของอาหารได้โดยไปเพิ่มรสชาติอาหารด้วยสมุนไพรหรือเครื่องเทศแทนเกลือดีกว่า

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย เช่น เดินวันละ ๔๐ นาที และแนะนำการหายใจเข้าลึกๆ เพื่อนำออกซิเจนเข้าปอดให้มากที่สุด หาวิธีคลายอารมณ์ ลดความเครียดด้วย อาจใช้โยคะ การทำสมาธิ หรือการ สวดมนต์ก็ได้ ถ้าน้ำหนักและความเครียดของผู้ป่วยความดันเลือดสูงลดไปได้แม้เพียงเล็กน้อยก็จะช่วยลดความดันเลือดได้อีกฝ่ายหนึ่ง

ผู้อ่านคงเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่ทำงานนั่งโต๊ะ แต่ละวันไม่ได้ใช้พลังงานเท่าไหร่เลย เดี๋ยวก็ขับรถหรือขึ้นรถเมล์กลับบ้านก็ไม่ได้ออกกำลังกายอีก น้ำหนักของพวกเราจึงพอกพูนและโรคภัยก็ถามหาด้วย การเปลี่ยนแปลงการกินอาหารดูจะดีกว่าการกินยาลดความดันตลอดชีวิตแน่นอน คนไทยอยู่ประเทศไทยเรื่องอาหารสด ผัก ผลไม้ หาได้ไม่ยาก ถ้าอยู่ตะวันออก-กลางต้องกินเหมือนกับอยู่เมืองไทย อย่างนี้สงสัยจะแพงน่าดู กินอยู่แบบพอเพียง มีสุขภาพกายใจแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ
/หมอชาวบ้าน